พระราชวังเปเตียร์กอฟ

ประเทศรัสเซียในสมัยก่อนนั้นเป็นช่วงของยุคการปกครองในรูปแบบของกษัตริย์และในตอนนั้นมีการสร้างสถานที่สำคัญต่างๆมากมายในพื้นที่ของประเทศ ส่วนใหญ่มีการสร้างพระราชวังในพื้นที่ของกรุงมอสโกในปัจจุบันและหนึ่งในนั้นคงจะเป็นพระราชวังเปเตียร์กอฟ หรือ พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ พระราชวังที่มีความสวยงามและมีความโดดเด้นแห่งหนึ่งของรัสเซีย พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ นั้นเป็นพระราชวังในเทศบาลเปเตียร์กอฟในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สันนิฐานว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยของซาร์ปีเตอร์มหาราช นับว่าเป็นพระราชวังที่มีความเก่าแก่และจัดว่าเป็นโบราณสถานที่มีความงดงามมาก ภายในพระราชวังนั้นประกอบด้วยพระที่นั่งหลายองค์ อุทยานภายในพระราชวังหลายแห่งที่ประดับตกแต่งอย่างงดงาม พระราชวังเปเตียร์กอฟ นั้นถูกสร้างและออกแบบในสถาปัตยกรรมบาโรก เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกเป็นที่นิยมสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 สถาปัตยกรรมนี้บ่งบอกถึงความงดงามและความหรูหราโอ่อ่าที่แสดงถึงความมีอำนาจของสถาบันคริสต์ศาสนาและการปกครอง สถาปัตยกรรมนี้มีเห็นอยู่มากในประเทศอิตาลี, อังกฤษ, ฝรั่งเศส สำหรับ พระราชวังเปเตียร์กอฟ จัดว่ามีความสวยงามอย่างมากจนถูกขนานนามว่า “วังแวร์ซายแห่งรัสเซีย” ภายในนับว่ามีความสวยงามโดดเด่นมากจนกระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ปัจจุบัน พระราชวังเปเตียร์กอฟ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยอดนิยมในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ภายในนอกจากพระราชวังที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือรูปปั้นทองคำภายในพระราชวัง ลานน้ำพุที่โดดเด่นอยู่ด้านหน้าพระราชวังซึ่งจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาช่วงฤดูร้อน

มหาวิหารเซนต์บาซิล

มหาวิหารเซนต์บาซิล เป็นมหาวิหารตั้งอยู่ในบริเวณของจัตุรัสแดง เป็นอาสนวิหารของศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย ในช่วงสมัยศตวรรษที่ 15 หรือราวปี ค.ศ. 1552 มหาวิหารแห่งนี้ซึ่งทางพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะเหนือพวกมองโกลจากการสงครามที่รบกันที่เมืองคาซาน มหาวิหารนั้นมีรูปทรงที่แปลกตาและมีความสวยงาม แตกต่างจากมหาวิหารอื่นๆของโลก โดยตัวอาคารประกอบด้วยโดมทั้งหมด 8 โดม ล้อมรอบโดมที่ 9 ซึ่งอยู่ตรงกลาง เมื่อมองจากด้านบนแล้วจะมองเห็นอาคารมีรูปทรงแปดเหลี่ยม มหาวิหารเซนต์บาซิล จัดว่าเป็นมหาวิหารที่มีความสวยงามและมีสถาปัตยกรรมที่แปลกตาและมีความสวยงามมาก ซึ่งสร้างขึ้นเป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมแบบรัสเซียโบราณอันได้รับอิทธิพลมาจากไบแซนไทน์ที่เป็นโดมทรงหัวหอมกับสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ารัสเซียนกอธิก หอคอยสูงรูปกระโจมเป็นอิทธิพลจากยุโรปตะวันตก ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นหอคอยสูงรูปแท่งเทียนกำลังลุกไหม้บนปลายลำเทียน ส่งความโชติช่วงชัชวาลเป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าบนสวรรค์ ซึ่งถูกออกแบบโดย สถาปนิกชื่อปอสต์นิค ยาคอฟเลฟ ได้ออกแบบและควบคุมการสร้างมหาวิหารแห่งนี้

มหาวิหารเซนต์บาซิล นอกจากจะมีการออกแบบของสถาปัตยกรรมที่งดงามแล้ว การใช้สีสันของอาคารยังถูกทาด้วยสีสันที่สวยงามและโดดเด่นของมหาวิหารแห่งนี้อย่างมาก ปัจจุบันมหาวิหารเซนต์บาซิล นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของรัสเซียและมีความงดงามมากในพื้นที่จัตุรัสแดง

จัตุรัสแดง

จัตุรัสแดง เป็นสถานที่สำคัญของประเทศรัสเซียและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของโลกเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของรัสเซียอีกด้วย จัตุรัสแดง เป็นจัตุรัสกลางเมืองตั้งอยู่ที่กรุงมอสโก ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย มีเนื้อที่ประมาณ 23,100 เมตร จัตุรัสแดง เป็นจัตุรัสที่มีความสำคัญของกรุงมอสโกนอกจากนี้แล้วยังเป็นจุดตัดของถนนหลายสายที่สำคัญของกรุงมอสโก จัตุรัสแดงยังเป็นสถานที่ตั้งสำคัญของกรุงมอสโกอย่างเช่น มหาวิหารเซนต์เบซิล และสุสานวลาดิมีร์ เลนินอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นแลนด์มาร์คที่มีความสวยงามที่สุดของกรุงมอสโก อันที่จริงแล้วชื่อของจัสตุรัสแดงนั้นหลายๆคนเข้าใจผิด คำว่าแดงนั้นไม่ได้มาจากสีของอิฐในบริเวณจัตุรัส ความจริงคำว่าแดงมาจากคำในภาษารัสเซียดั้งเดิมซึ่งมีความหมายว่า สวยงาม ต่อมาได้มีภาษารัสเซียใหม่ที่แปลว่า สีแดง นั่นเอง

จัตุรัสแดง นับว่าเป็นสถานที่เก่าแก่ของกรุงมอสโก ถูกตั้งขึ้นมาในช่วงศตวรรษที่ 15 ในสมัยของพระเจ้าอีวานมหาราช ภายใต้พระราชโองการให้มีการสร้างจัตุรัสแดงขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงและเพิ่มความปลอดภัยแก่พระราชวังเครมลิน โดยมีการสร้างกำแพงก่อด้วยอิฐสีแดงโดยรอบเพื่อใช้ป้องกัน นอกจากนี้แล้วจัตุรัสแดงในสมัยนั้นยังเป็นศูนย์กลางการค้าขาย ต่อมาในช่วงสมัยของพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 ได้มีการสร้าง มหาวิหารเซนต์เบซิล ขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของจัตุรัสแดง พื้นที่ของจัตุรัสแดงถูกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังจากการรุกรานของฝรั่งเศสโดยนโปเลียน ทำให้พื้นที่บริเวณจัตุรัสได้รับความเสียหายหนัก พื้นที่ของจัตุรัสแดงก็ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆมา จัตุรัสแดงนับว่าเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1990

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย

แหล่งวัฒนธรรมโบราณที่อยู่ในยุโรปที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมอีกแห่งคือสุเหร่าเซนต์โซเฟีย(Saint Sophia) หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย ตั้งอยู่ที่เมืองคอนสแตนดิโนเปล ประเทศตุรกี  ปัจจุบันสามารถเข้าชมได้ถือเป็นอีกสถานที่ๆน่าสนใจ เป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิ์คอนสแตนตินเป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์ แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่าง พวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม

จนถึงสมัยพระเจ้าจัสตินเนียน มีอำนาจเหนือตุรกี จึงได้สร้างโบสถ์เซนต์โซเฟียขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆ มาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬาร ต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัยพระเจ้าโมฮัมเม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนา อิสลามได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็นสุเหร่าอิสลาม แต่ยังคงความงามไว้เช่นเดิม สุเหร่าเซนต์โซเฟีย มีเนื้อที่

700 ตารางเมตร ภายในมีเสางามค้ำที่สลักอย่างวิจิตร และ ประดับไว้งดงาม 108 ต้น ชั้นบนขนาดเล็ก 68 ต้น ชั้นล่างขนาดใหญ่ 40 ต้น มียอดเป็นโดม คล้ายซาลาเปา มีหอมินาเรสท์เป็นยอดแหลม ๆ มากมาย เนื่องจากศิลปะแบบคริสเตียน ผสมกับอิสลามนี้เองทำให้มีความสวยงามอันน่ามหัศจรรย์

วิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิส

วิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ สร้างเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนา หรือเทพีแห่งปัญญา ความรอบรู้ ในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุด แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของสถาปนิกในสมัยนั้นและถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกหารพาร์เธนอนเป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นโดยสร้างตามการริเริ่มของเพริเคิล ผู้นำกรุงเอเธนส์ในสมัยนั้น และสร้างโดยมีประติมากรฟีเดียสเป็นผู้ควบคุมงาน การก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อ 447 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อ 438 ปีก่อนคริสต์ศักราชแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมอีก 5 ปี เพื่ออุทิศแด่เทพีอาธีนาซึ่ง ซึ่งเป็น เทพีประจำเมืองเอเธนส์แต่ไหนแต่ไร วิหารโบราณแห่งนี้มีความเก่าแก่มากกว่า 2,600 ปี ตั้งอยู่อะโครโปลิส ใจกลางกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ซึ่งแม้ว่าวิหารพาร์เธอนอนจะเหลือเพียงแต่ซากปรักหักพัง แต่เราก็ยังสามารถที่จะจินตนาการถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้เป็นอย่างดีเนินอะโครโปลิสที่เป็นที่ตั้งของวิหารพาร์เธนอนนี้อยู่บนเนินเขาพัลลาสซึ่งสูงจากพื้นราบ 60-70 เมตร พื้นที่บนยอดเขาประมาณ 45,000 ตารางเมตร ตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 14 ก่อน คริสตกาล ก็มีการสร้างพระราชวังบนเนินแห่งนี้แล้ว โดยที่วิหารพาร์เธนอนที่เห็นเป็นซากอยู่ในปัจจุบันเป็นวิหารรุ่นที่ 3 ที่สร้างทับซ้อนบนรากฐานเดิมของวิหารรุ่นที่ 2 ก่อนหน้า วิหารรุ่นแรกนั้นสร้างเมื่อประมาณ 500 กว่าปี ก่อนคริสตกาล และได้พังทลายลงไป จึงได้มีการเริ่มสร้างรุ่นที่ 2 ขึ้นในปี 490 ก่อนคริสตกาล แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพราะได้ถูกกองทัพของพวกเปอร์เซียเผาทำลายไปอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ยังก่อสร้างไม่เสร็จดี   แต่ว่าชาวเอเธอส์ก็ยังไม่ละความพยายามในการสร้าง วิหารพาร์เธนอนจึงเริ่มก่อสร้างอีกครั้งเป็นรุ่นที่ 3  ประมาณช่วงปี 447 ก่อน ค.ศ. ซึ่งนับเวลาจนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ ประมาณ 2,500 ปี มาแล้ว

 

หอเอนแห่งเมืองปิซา

หอเอนแห่งเมืองปิซา เป็นหอคอยหินอ่อน สูง 54 เมตร แต่ละชั้นมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายวิจิตรซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในโลก  สำหรับหอเอนเมืองปิซ่า เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ใช้เวลาในการก่อสร้างกว่า 200 ปี โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกเป็นเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1173 ไม่ปรากฏชัดเจนว่าใครเป็นคนออกแบบ เมื่อสร้างไปได้ 3 ชั้น การก่อสร้างก็มีอันต้องยุติลงในปี 1178 เพราะเมืองปิซ่าเข้าสู่ภาวะสงครามต่อมาในปี 1275 หอคอยแห่งนี้ได้รับการต่อเติมอีกครั้ง โดยสถาปนิกนามว่า จิโอวานนี ดิ ซิโมเน เขาสร้างเพิ่มอีก 4 ชั้น และก็ราวกับว่ามีอาถรรพ์อีกครั้ง ทำให้การก่อสร้างต้องยุติลงในปี 1284 ด้วยเหตุสงครามอีกเช่นกัน กว่าจะมีการสร้างหอระฆังซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของหอคอยแห่งนี้ ก็กินเวลาไปอีกเกือบ 100 ปีเลยทีเดียว โดยหอระฆังชั้นสุดท้ายของหอคอยซึ่งสร้างโดย ทอมมาโซ ดิ แอนเดรีย ปิซาโน ซึ่งเสร็จสมบูรณ์ในปี 1372    และสาเหตุที่หอเอนลง ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เป็นเพราะพื้นดินที่ใช้ในการก่อสร้างไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากชั้นดินมีลักษณะเป็นดินปนทรายและดินโคลนทำให้ไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของหอคอยขนาดใหญ่ได้ แต่ด้วยวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างซึ่งทำมาจากหินปูน และปูนขาว มีคุณสมบัติสามารถโค้งงอ และทนต่อแรงต่าง ๆ ได้ดีกว่าวัสดุอื่น ๆ อย่างพวกหินหรืออิฐ นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมหอคอยแห่งนี้จึงไม่ถล่มไปเลย แต่กลับค่อย ๆ เอนลงเรื่อย ๆ

4 เมืองที่ต้องไปเยือนสักครั้งในยุโรป

ยุโรปเป็นทวีปหนึ่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามตามธรรมชาติอย่างมาก นั่นทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยนิยมเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวตามเส้นทางสายธรรมชาติของประเทศในทวีปยุโรปจำนวนมาก ด้วยความสวยงาม ศิลปวัฒนธรรมรวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาตินั้น นี่คือ 4 เมืองสวยงามของยุโรปที่ต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่ง

– ฮัลสแตนท์ ประเทศออสเตรีย เป็นหมู่บ้านเล็กๆริมทะเลสาบซึ่งบ้านเรือนมีการปลูกลดลั่นตามเชิงเขาริมทะเลสาบซึ่งมีความสวยงามมาก รวมถึงบรรยากาศที่มีความโรแมนติก ป่าไม้ ภูเขา ทำให้เมืองนี้มีความสงบร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อน กินลม ชมวิว นอนเล่นชิวๆ

– ซินเคว่ เทอเร่ ประเทศอิตาลี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลมีความสวยงามมากจนได้รับฉายาว่าเป็นเมืองลูกกวาด เนื่องจากอาคารบ้านเรือนในเมืองแห่งนี้ถูกทาด้วยสี ที่มีสีสันต่างๆมีความงดงามอย่างมาก ซินเคว่ เทอเร่ ภาษาสเปนแปลว่า 5 ดินแดน ซึ่งภายในนั้นประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่งที่ตั้งใกล้กันบนชายฝั่งริเวียซึ่งเมื่อมองไกลๆมีความสวยงาม โดดเด่นอย่างมาก

– อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และภายในเต็มไปด้วยอาคาร บ้านเรือนที่ตกแต่งด้วยทรงสไตล์ยุโรปตะวันตก และทรงโกธิค ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของยุโรป เมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มีความสงบและเป็นเมืองที่สะอาดมาก

– บูดาเปส ประเทศฮังการี เมืองแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามตั้งอยู่ริมแม่น้ำดานูบ ซึ่งสวยงามและใสสะอาดมากอีกทั้งภายในเมืองยังมีอาคารที่เป็นศิลปะแบบโกธิค แม้ถึงสะพานข้ามแม่น้ำที่มีศิลปะเฉพาะตัวของเมืองด้วย นับว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความงดงาม สวยงามมากที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือนสักครั้ง

ปราก สาธารณรัฐเช็ก

ปราก ป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศเช็ก มีประชากรอาศัยประมาณ 1.2 ล้านคน เมื่อ ค.ศ. 1992 องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้ปรากเป็นมรดกโลก ของเมืองนี้ที่น่าท่องเที่ยวเหลือเกินแน่นอนว่าที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมากเลยทีเดียวเสน่ห์แบบโบฮีเมียนที่น่าศึกษาและน่าติดตามเป็นอย่างมากเจือกลิ่นด้วยเทพนิยาย ส่งให้ตลาดค้าขายในกรุงปรากเป็นดั่งจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักเดินทางนักท่องเที่ยวที่ชอบกินชอบเที่ยวได้เต็มอิ่มอย่างแน่นอนด้วยอาหารเลิศรสของที่นี้ อิ่มยิ่งกว่าอิ่มอีกเต็มอิ่มไปกับชายหาดน้ำใสสวยงามที่น่าลงไปสัมผัสเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ใครที่ชอบเรื่องราวศิลปะวัฒนธรรมใจมันต้องการซึมซับวัฒนธรรมแล้ว ก็ต้องดูบ้าง แน่นอนว่าคุณอาจใช้เวลาทั้งวันเลยในการเยี่ยมชม Prazsky hrad (ปราสาทกรุงปราก)ที่มีความงดงามอลังการงานสร้างอย่างยิ่งใหญ่ มื้อเย็นเป็นมื้อที่ต้องบอกเลยว่าลืมไม่ลงอย่างแน่นอนไปเพิ่มพลังไปกับอาหารค่ำมื้อใหญ่ที่ร้านอาหารเช็คแบบคลาสสิกที่แสนอร่อยเหลือเกิน พร้อมกับลองใช้เวลาสักนิดเดินชมจัตุรัสเมืองเก่าสักหน่อยต้องบอกเลยว่าเดินไปเรื่อยพบกับความสวยงามอย่างแน่นอ  ก่อนออกเดินเที่ยวชมศาลาว่าการเก่าและนาฬิกาดาราศาสตร์อันอัศจรรย์ชวนตะลึงและน่าประทับใจเหลือเกิน พบกับบาร์ที่ดีที่สุดของกรุงปรากตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน มีทั้งผับเก่าแก่มากมายเหลือเกินที่ทำให้คุณฟินนาเร่อย่างแน่นอน  ที่เหมาะสำหรับการกินดื่มแบบย้อนยุค ต้องบอกเลยว่าเมืองปรากแห่งนี้ทำให้แอดมินต้องอยากไปสัมผัสอย่างแน่นอนนะครับ

เซ็นต์ปีเตอร์สเปริ์ก รัสเซีย

ที่นี่คือดินแดนเหนือสุดของโลกที่ต้องบอกเลยว่าเป็นเมืองเมืองหนึ่งที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดที่หนึ่งในโลกเลยก็ว่าได้ และที่แห่งนี้ มีเรื่องราวที่นักเดินทางนักท่องเที่ยวต่างพากันเล่าให้ฟังว่า ที่นี่เป็นเมืองที่สวยงามมากที่สุดที่หนึ่งบนโลกนี้เลยก็ว่าได้ นั้นคือ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในรัสเซียที่ต้องบอกเลยว่า ประชากรให้การต้อนรับเป็นอย่างดีแน่นอน และ เป็นเมืองศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของประเทศเลยก็ว่าได้ ได้ชื่นชมความวิจิตรอลังการทางสถาปัตยกรรมอันยอดเยี่ยมของเมืองนี้อย่างเช่น พระราชวังฤดูหนาวและวิหารคาซาน ที่ต้องบอกเลยว่าถ้ามาที่เมืองนี้แล้วละก่อน ก็ต้องมาชม ไม่มาชม ถือว่ามาไม่ถึง เซ็นต์ปีเตอร์สเปริ์ก ปล่อยตัวตามสบายแล้วให้เวลากับตัวเองให้มากหน่อยเพื่อชื่นชมสถานที่รวบรวมงานศิลปะที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่เฮอร์มิเทจ ที่ต้องบอกเลยว่า ใครที่ชอบเรื่องราวของศิลปะแล้วละก่อนที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดขนาดหนักเลย และแน่นอนว่าคุณจะได้เห็นศิลปะงานดีเยี่ยมของแต่ละศิลปินที่นำมาแสดงโชว์ให้ทุกคนได้เห็นกันอย่างงดงาม ปล่อยชิวไปตามสบายใจ เดินหน้าเดินทางไปตามดินดอนปากแม่น้ำเนวา เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่ต้องบอกเลยว่า อบอวลกลิ่นศิลปะ อบอุ่นด้วยอากาศที่เย็นสบาย พร้อมกิจกรรมไนท์ไลฟ์และกิจกรรมยามค่ำคืนพร้อมเสริฟด้วยอาหารเลิศหรูอลังการงานสร้าง อร่อย รสชาติดีเยี่ยมเลยทีเดียว  และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมดีๆ มากพอให้กลับไปเที่ยวครั้งแล้วครั้งเล่า

กรุงโรม อิตาลี

เมืองหลวงที่เป็นแหล่งรวมหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้ใครหลายคนไปเที่ยวต้องบอกเลยว่าอยากจะกลับมาอีกอย่างแน่นอน อาหารการกินที่ต้องบอกเลยว่า อาหารที่เมืองหลวงแห่งนี้อร่อยที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ นอกจากอาหารแล้วละ ใครที่ได้เดินทางไปที่นี่แล้วละก่อน คุณจะได้พบกับศิลปะอันงดงามที่สุดที่หนึ่งในโลกเลยก็ว่าได้ พร้อมกับเรื่องราววัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของโลกเลยก็ว่าได้ ใครที่เดินทางมาเที่ยวกรุงโรมแล้วละก่อน ให้ไปภายในวันเดียวก็คงไม่หมดและคงไม่พออย่างแน่นอน เพราะเมืองทั้งเมืองเปรียบเสมือนโถงจัดแสดงนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดยักษ์ มีอาคารบ้านช่องและร้านค้าตลาดสดอย่าง มากมาย ทั้งตลาดกลางแจ้งและโบราณสถานที่มีให้ชมโดยตลอดเวลา  โยนเหรียญเสี่ยงทายที่น้ำพุเทรวี่ เดินทางชมความอลังการความงดงามของโคลอสเซียมและแพนธีออน และดื่มกาแฟเพิ่มพลังยามบ่ายสำหรับการช้อปปิ้งอย่างจุใจที่แคมโป เดอ ฟิโอรี่หรือเวียเวเนโต้ ลิ้มลองความอร่อยของพาสต้าสด อาร์ติโชคผัดหวานฉ่ำ หรือสตูว์หางวัวนุ่มลิ้นที่คุณจะต้องลืมไม่ลง ต้องบอกเลยว่า กรุงโรมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวเป็นอย่างมากและชวนพวังค์ไปในชั่วขณะเลยที่เดียว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายในกรุงโรมที่รอให้คุณไปสัมผัสอย่างแน่นอน และคุณจะประทับใจอย่างแน่นอนไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน ต้องบอกเลยว่าถ้ามีโอกาสแอดมินอยากเดินทางไปสัมผัสบ้างนะครับ