พระราชวังคิว

พระราชวังคิว เป็นพระราชวังที่เล็กที่สุดของอังกฤษมีความสวยงามและโดดเด่น พระราชวังคิว ตั้งอยู่บริเวณสวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิวตัวพระราชวังมีความโดดเด่นในเรื่องของการก่อด้วยอิฐสีแดง มีอายุราว 400 ปี สันนิฐานว่าก่อสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 เป็นช่วงที่ผู้คนชนชั้นสูงในสมัยนั้น พระราชวังคิวทำให้ได้ย้อนไปเห็นชีวิตของชนชั้นสูงช่วงระหว่างศตวรรษที่ 17 และ 19 เดินชมห้องสมัยจอร์เจียนที่ตกแต่งขึ้นใหม่ และเรียนรู้เกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ที่เคยประทับอยู่ในพระราชวังเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งรวมถึงพระเจ้าจอร์จที่ 3 ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง พระราชวังที่เดิมเรียกว่า “ดัตช์เฮาส์” นี้สร้างขึ้นในปี 1631 และต่อมาเป็นที่ทรงโปรดของพระเจ้าจอร์จที่ 3 และพระบรมวงศานุวงศ์ของพระองค์ และในที่สุด พระราชวังแห่งนี้ก็ได้เป็นที่พักพิงสำหรับพระเจ้าจอร์จที่ 3 เมื่อพระองค์ทรงเสียพระสติบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้องหยุดการปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชน หลังจากที่พระชายาของพระองค์คือสมเด็จพระราชินีชาร์ล็อตต์เสด็จสวรรคตในปี 1818 พระราชวังแห่งนี้ก็ถูกทิ้งให้ว่างเปล่าเป็นเวลาหลายทศวรรษ ทุกวันนี้ พระราชวังคิวได้รับการดูแลรักษาโดย Historic Royal Palaces เยี่ยมชมห้องต่างๆ ที่ตกแต่งใหม่ให้เหมือนครั้งที่พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมาประทับในช่วงฤดูร้อน

ปัจจุบันพระราชวังคิวถูกจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์โดยชั้นล่างมีการจัดแสดงภาพและเสียงเกี่ยวกับพระราชโอรสและพระราชธิดา 15 พระองค์ของพระเจ้าจอร์จที่ 3 และสมเด็จพระราชินีชาร์ล็อตต์ ซึ่งภายในก็ตกแต่งด้วยสถาปัตยที่สวยงามด้วยศิลปะแบบศตวรรษที่ 19 โดยชั้นล่างของพระราชวังถูกจัดเป็นนิทรรศการแสดงประวัติศาสตร์ต่างๆ แต่บางส่วนภายในพระราชวังยังถูกทิ้งร้างและไม่มีการปรับปรุงแต่อย่างใด แต่ก็มีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ ห้องสมุด People’s Library ที่มีจอทัชสกรีนแบบอินเทอร์แอคทีฟ และมีหนังสือเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชวังและผู้ที่เคยพำนักอยู่ที่นี่ ในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดธนาคาร นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าชมพระตำหนักของสมเด็จพระราชินีชาร์ล็อตต์ (Queen’s Charlotte Cottage) ได้ พระตำหนักแบบชนบทหลังนี้สร้างขึ้นในบริเวณพระราชวังในปี 1770 และใช้เป็นที่เสวยพระกระยาหารแบบไม่เป็นทางการของพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งเป็นที่จัดงานอภิเษกสมรสหลายงานด้วย ชมภาพเถาวัลย์ที่วาดไว้บนเพดานโค้งของห้องปิกนิก ซึ่งว่ากันว่าเจ้าหญิงเอลิซาเบธเป็นผู้ทรงวาดไว้ พระตำหนักแห่งนี้งดงามเป็นพิเศษในเดือนเมษายน เมื่อบริเวณนี้รายล้อมไปด้วยดอกบลูเบลที่กำลังบาน สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิวแล้วก็สามารถเดินทางมาเที่ยวชมพระราชวังคิวได้ภายในสวนด้วย

ประตูชัยฝรั่งเศส

ประตูชัยฝรั่งเศส หรือ อาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล หรือรู้จักกันอีกชื่อ จัตุรัสแห่งดวงดาว เป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญของฝรั่งเศส ตั้งอยู่บริเวณกลางจัตุรัสรัสชาร์ล เดอ โกล ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน และในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามอีกด้วย นอกจากนี้ยังเปรียบได้กับ แกนกลางอันเก่าแก่ เนื่องจากจุดที่ตั้งของประตูชัยนี้มีถนนเชื่อมต่อออกไปถนนสายต่างๆของกรุงปารีส รวมถึงยังมีเส้นทางเชื่อมต่อจากสวนพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ไปยังชานกรุงปารีส ประตูชัยแห่งนี้มีความสูง 49 เมตร กว้าง 45 เมตร ลึก 22 เมตร เป็นประตูชัยที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ได้รับการออกแบบโดย ฌ็อง ชาลแกร็งในปี พ.ศ. 2349 ในช่วงสงครามนโปเลียน โดยมียุวชนเปลือยชาวฝรั่งเศสกำลังต่อสู้กับทหารเยอรมัน เต็มไปด้วยเคราและใส่เกราะเป็นสัญลักษณ์เพื่อเป็นการปลุกใจ จัดว่าเป็นอนุสรสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงปารีส เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2349 หรือประมาณรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี หลังจากจักรพรรดินโปเลียนที่ 1ได้รับชัยชนะในยุทธการเอาสเตอร์ลิทซ์ กว่าจะวางรากฐานของการก่อสร้างก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ต่อมาในช่วงราชวงศ์บูร์บงฟื้นฟู การก่อสร้างได้หยุดชะงักลงและไปเสร็จสิ้นในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์-ฟิลิปป์ ในระหว่าง พ.ศ. 2376 – พ.ศ. 2379 โดยสถาปนิกคือกูสต์ ต่อมาคืออูโยต์ ภายใต้การดูแลของหลุยส์-เอเตียน เอรีการ์ เดอ ตูว์รี ภายในบริเวณของประตูชัยมีภาพแกะสลักหินจำนวน 6 ชิ้นอยู่บนทิศทั้งสี่โดยภาพที่บอกเล่าเหตุการณ์การปฏิวัติและจักรวรรดิฝรั่งเศส ออกแบบและแกะสลักโดยจิตกรทั้ง 6 ของฝรั่งเศส ได้แก่ ฟิลิปป์ โฌเซฟ อองรี ลาแมร์, เซอร์ เอเน, มาโรเชตติ, ฌ็อง-ฌาคส์ เฟอแชร์, จอห์น-เอเตียนน์ ชาปงนีแอร์, ฌ็อง-ฟรองซัวส์-เตโอดอร์ เชคเตร์ ห้องเพดานในอาร์กเดอทรียงฟ์ จะถูกตกแต่งด้วยโล่และดาบ โดยมีรายชื่อศึกสงครามที่สำคัญในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสและจักรวรรดิฝรั่งเศสสลักไว้บนโล่ ส่วนโค้งของเสา มีสัญลักษณ์รูปสลักหญิงในตำนานโรมันปรากฏอยู่ ออกแบบ โดยเจมส์ ปราดีเยร์ ด้านในบนส่วนโค้งของเสาประตูชัย รายชื่อศึกสงครามที่สำคัญในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสและจักรวรรดิฝรั่งเศสได้ถูกสลักไว้ ส่วนเสาด้านในประตูชัยมีการแกะสลักรายชื่อของทหารที่ร่วมรบในสงครามปฏิวัติและมีการขีดเส้นตายรายชื่อของทหารที่เสียชีวิตระหว่างทำสงครามด้วย ภาพแกะสลักหินนูนต่ำ 4 ชิ้น ตั้งอยู่เหนือรายชื่อทหารที่ร่วมรบในการปฏิวัติฝรั่งเศสและจักรวรรดิฝรั่งเศส โดยมีรายชื่อศึกสงครามที่สำคัญในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสและจักรวรรดิฝรั่งเศส

อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส

อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส อาสนวิหารนี้มีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมและถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของปารีส นอกจากนี้ตัวของวิหารยังปรากฏในการ์ตูนเรื่อง คนค่อมแห่งน็อทร์เทอร์ดาม คำว่า Notre Dame แปลว่า แม่พระ ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระนางมารีย์พรหมจารี ปัจจุบันอาสนวิหารก็ยังใช้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกและเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส อาสนวิหารน็อทร์-ดามถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส อาสนวิหารเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1163 ระหว่างรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 ส่วนผู้วางศิลาฤกษ์นั้นไม่แน่ชัด บางหลักฐานก็ว่าบิชอปซุลยีเอง บางหลักฐานก็ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 3 เป็นผู้วาง แต่ที่แน่คือทั้งสองคนเข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ และตั้งแต่นั้นมาบิชอปซุลยีก็อุทิศชีวิตให้กับการสร้างอาสนวิหารนี้ อาสนวิหารน็อทร์-ดามจัดว่าเป็นวิหารที่ก่อสร้างยาวนานกว่า 200 ปีเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.1160 – ค.ศ 1345   น็อทร์-ดามเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งก่อสร้างแรกที่ใช้ “ครีบยันลอย” ตามแบบเดิมไม่ได้บ่งถึงกำแพงค้ำยันรอบอาสนวิหาร “บริเวณร้องเพลงสวด” หรือ รอบบริเวณกลางโบสถ์ เมื่อเริ่มสร้างกำแพงโบสถ์สูงขึ้นกำแพงก็เริ่มร้าวเพราะน้ำหนักของสิ่งก่อสร้าง เพราะสถาปนิกสมัยกอทิกจะเน้นการสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูง บาง และโปร่ง เมื่อสร้างสูงขึ้นไปกำแพงก็ไม่สามารถรับน้ำหนักและความกดดันของกำแพงและหลังคาได้ทำให้กำแพงโก่งออกไปและร้าว สถาปนิกจึงใช้วิธีแก้ด้วยการเติม “กำแพงค้ำยัน” ที่กางออกไปคล้ายปีกนกด้านนอกตัววัด เพื่อให้กำแพงค้ำยันนี้หนุนหรือค้ำกำแพงตัวโบสถ์เอาไว้ เมื่อทำไปแล้วนอกจากจะมีประโยชน์ทางการใช้สอยแล้วยังกลายเป็นเครื่องตกแต่งที่ทำให้สิ่งก่อสร้างความสวยงามขึ้น ฉะนั้นวิธีแก้ปัญหานี้จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ส่วนหนึ่งของโบสถ์ที่สร้างแบบกอทิกไปในตัว อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส นั้นได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมในรูปแบบ กอธิค ซึ่งเกิดขึ้นในราวๆชช่วงยุคกลางนิยมสร้างสถานที่ทางศาสนา เพราะทางศาสนจักรในสมัยยุคกลางมีอิทธิพลต่อผู้คนในสมัยนั้นมาก จึงทำให้เกิดงานทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามเกิดขึ้นมาบนโลกซึ่งนับว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่สุดในยุคกลาง ปัจจุบันถือว่าเป็นวิหารที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปและจัดว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางไปเพื่อชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมแห่งยุคกลางนี้ นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นต้นแบบของวิหารรูปทรงนี้ตามประเทศต่างๆทั่วโลกอีกด้วย

ปารีส

ปารีส เป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส บนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์ ภายในกรุงปารีสมีประชากรประมาณ 2,167,994 คน เขตเมืองปารีสซึ่งมีพื้นที่ขยายเกินขอบเขตอำนาจการปกครองของเมืองนั้น มีประชากรกว่า 9.93 ล้านคน (ค.ศ.2004)  ในขณะที่เขตมหานครปารีส มีประชากรเกือบ 12 ล้านคนและเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป ปารีสจัดว่าเป็นเมืองหลวงที่มีจุดเด่นที่สุดและนับว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของโลก ในแต่ละปีมีผู้คนเดินทางเที่ยวปารีสจำนวนกว่าล้านคน และจัดว่าเป็นมหานครที่สำคัญโดดเด่นเป็นอันอับ 4 ของโลกรองจาก ลอนดอน, โตเกียว และ นิวยอร์ก หลักฐานทางโบราณคดีในการตั้งถิ่นฐานบริเวณปารีสตั้งแต่ 4,200 ปีก่อนคริสต์ศักราชคือพวกปาริซี่ ซึ่งเป็นเผ่าย่อยของพวกเซลติกซีนอนส์ โดยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ชำนาญทางเรือและการค้าขาย ได้อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำแซนตั้งแต่ 250 ปีก่อนคริสต์ศักราชเป็นต้นมา ต่อมาพวกโรมันได้ชัยชนะยึดครองที่ราบลุ่มปารีสใน 52 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยมีการตั้งถิ่นฐานอย่างถาวรในตอนปลายของศตวรรษเดียวกันบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน, เนินเขาแซนต์-เชอเนอวีแอฟและเกาะอีล เดอ ลา ซิเต้ เมืองดังกล่าวนี้เดิมเรียกว่า “ลูเทเชีย” แต่ต่อมาได้ทำให้เป็นชื่อในภาษาโกลเป็น “ลูแตส” ตัวเมืองได้ขยายอย่างรวดเร็วในศตวรรษต่อๆ มาและกลายเป็นเมืองที่ร่ำรวย เต็มไปด้วยตลาด ราชวัง อ่างอาบน้ำ วัดวาอาราม โรงละครและโรงมหรสพใหญ่ เมื่อจักรวรรดิโรมันล่มสลายและการบุกของเยอรมันในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 ทำให้ “ลูแตส” อยู่ในช่วงตกต่ำและทรุดโทรม ในปี พ.ศ. 943 พลเมืองจำนวนมากได้อพยพออกจากเมืองลูแตส และหลังการยึดครองอีกครั้งหนึ่งของพวกโรมัน เมือง “ลูแตส” ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ปารีส” ในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 19 ปารีสมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคใหม่ซึ่งจัดว่าเป็นยุคสวยงามที่สุดของฝรั่งเศสในสมัยนั้นซึ่งจัดว่านำพากรุงปารีสพัฒนาความรุ่งเรืองมากในยุคนั้น ในช่วงปี พ.ศ.2375 ปารีสประสบกับโรคอหิวาระบาดหนัก มีผู้ป่วยราว 20,000 รายในตอนนั้นรวมถึงยังประสบกับสงครามฟรังโก-ปรัสเซียได้ทำให้กรุงปารีสลุกเป็นไฟหลังจากการต่อสู้กันระหว่างเทศบาลกับรัฐบาล ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นที่รู้จักกันในนาม “สัปดาห์แห่งเลือด” (Semaine sanglante) ปารีสมีสถาปัตยกรรมเหมือนกับสถาปัตยกรรมในกรุงลอนดอน และ กรุงโรม อิตาลี  ปัจจุบันมีสถาปัตยกรรมแบบใหม่คือ โดม แกรนด์พาเลซ สร้างจากโครงเหล็กและแก้ว ถือ สถาปัตยกรรมแก้ว ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในงานมหกรรมดนตรี Monumenta 2012 แกรนด์พาเลซ ถูกแปลงโฉมให้เป็น โดมแก้วมหัศจรรย์แห่งแสงสี ทั่วทั้งอาคารถูกสาดส่องด้วยแสงไฟและเลเซอร์ตกกระทบแผ่นแก้ว เกิดเป็นห้องกระจกหลากสีสัน

นอร์เวย์ ดินแดนฤดูหนาว

นอร์เวย์ ประเทศหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่ยุโรปตอนเหนือ เป็นประเทศอยู่ในกลุ่มนอร์ดิก นอร์เวย์มีชื่ออย่างทางการว่า ราชอาณาจักรนอร์เวย์ อยู่บริเวณเขตทะเลที่คาบสมุทรสแกนดิเนเวียซึ่งมีอาณาเขตจรดกับมหาสมุทรแอตแลนติก นอร์เวย์มีเนื้อที่รวม 385,170 ตารางกิโลเมตรเป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นปานกลางและเป็นประเทศที่จัดว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปซึ่งเป็นประเทศที่มีชายฝั่งที่ยาวและมีฟยอร์ดหรืออ่าวแคบที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังเป็นประเทศหนึ่งที่มีพระอาทิตย์เที่ยงคืน ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยทางเขตขั้วโลกเหนือและใต้

นอร์เวย์ เป็นประเทศที่มีพื้นที่ลักษณะเป็นส่วนที่ยื่นออกจากทะเลคล้ายกับประเทศอิตาลี ซึ่งมีชายฝั่งทอดยาวราว 2,542 กิโลเมตรตามชายฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ มีภูมิประเทศที่มีน้ำแข็งและหิมะปกคลุมเกือบตลอดปีและพื้นทีส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงและหุบเหวลึกสลับซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นฟยอร์ด ซึ่งเป็นอ่าวแคบมีลักษณะเป็นร่องเหวลึกซึ่งมีน้ำที่ลึกและนิ่ง ด้านยอดเหวมีหิมะปกคลุมบางส่วนและมีลักษณะเป็นผาหินปูนแข็ง นอกจากนี้บริเวณเขาสูงมีธารน้ำแข็งซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำจืดที่สำคัญ นอกจากนี้พื้นที่บางส่วนยังมีป่าไม้เขตหนาวและดอกไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีทุ่งหญ้าทนดราซึ่งเป็นพื้นที่ราบสูงกว้างใหญ่ไม่มีต้นไม้ปกคลุม ในช่วงฤดูร้อนจะมีอากาศอบอุ่นแต่มีอุณภูมิต่ำสุดที่ 10 องศา ซึ่งในช่วงฤดูร้อนสามารถมองเห็นปรากฏการณ์อาทิตย์เที่ยงคืนยังสวยงาม โดยมีลักษณะคือ ดวงอาทิตย์จะไม่ลับขอบฟ้าแม้ว่าจะเป็นเวลา 24.00 น. นอร์เวย์จัดว่าเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน คาดว่าเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งในอดีต

ไอซ์แลนด์ แดนภูเขาไฟ

ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่มีลักษณะเป็นเกาะเดี่ยวตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือมีเมืองหลวงชื่อว่า เรคยาวิก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งเกาะกรีนแลนด์ บริเวณ Kulusuk, กรีนแลนด์ ราว 1 ชม. 40 นาที ไอซ์แลนด์มีเนื้อที่ราว 102,775 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่จัดว่ามีประชากรหนาแน่นน้อยมาก ไอซ์แลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตยุโรปตอนเหนือจัดอยู่ในเขตประเทศนอร์ดิก แม้ว่าจะเป็นประเทศที่ประชากรหนาแน่นน้อย แต่ทว่าไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีการพัฒนาสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นประเทศในสมาชิกนาโต เอฟตา อีอีเอ และโออีซีดี แต่ไม่มีกองกองทัพเป็นของตนเอง และไม่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป นอกจากนี้ในปี 2007 ไอซ์แลนด์ถูกจัดให้เป็นประเทศที่สงบสุขที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่อัตราการก่ออาชญากรรมที่ต่ำมากหรือแทบไม่มีเลย

ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่เป็นเกาะตั้งเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลมาเป็นเวลานานหลายล้านปีซึ่งเกาะนี้ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขากลางมหาสมุทรพอดี ทำให้ไอซ์แลนด์มีการปะทุของภูเขาไฟบนเกาะบ่อยครั้งแต่ไม่รุนแรงมาก นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำพุร้อนหลายจุดที่มีชื่อเสียง ซึ่งพลังงานความร้อนจากใต้โลกนี้ทางประเทศได้นำมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานที่สะอาดบริสุทธิ์ซึ่งจัดว่าเป็นประเทศที่ใช้พลังงานธรรมชาติได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ไอซ์แลนด์จัดว่าเป็นประเทศที่มีความอบอุ่น แม้ว่าประเทศอยู่ในเขตขั้วโลกเหนือแต่เพราะว่าไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ในเขตแนวเปลือกโลกแยกตัวสองแผ่นทำให้ไอซ์มีอุณภูมิระหว่าง 20 – 25 องศาในช่วงฤดูร้อน แต่ในช่วงฤดูหนาวอุณภูมิที่ -25 องศานอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม

หมู่เกาะแฟโร

หมู่เกาะแฟโร เป็นหมู่เกาะแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของเดนมาร์ก และเป็นหมู่เกาะในเขตทวีปยูโรปอยู่บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือระหว่างสก็อตแลนด์ นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ หมู่เกาะแฟโรจัดว่าเป็นเขตการปกครองตนเองเช่นเดียวกับกรีนแลนด์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 ซึ่งมีอำนาจการปกครองตนเองทุกด้านยกเว้นทางการทหารและการต่างประเทศ ซึ่งบนเกาะมีเพียงตำรวจลาดตระเวนและยามฝั่งเท่านั้น หมู่เกาะแฟโรมีเนื้อที่รวมแล้ว 1,399 ตารางกิโลเมตร เป็นหนึ่งในหมู่เกาะทั้งหมด 18 เกาะของทวีปยุโรปในบริเวณ ทะเลนอร์วีเจียนและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ แม้ว่าเป็นหมู่เกาะที่มีเนื้่อที่ไม่กว้างใหญ่มากนักแต่ก็มีหมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่แต่ไม่หนาแน่นมากนัก

ทั้งนี้ประชากรบนเกาะแฟโรนั้นมีอัตราของประชากรเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 2 เท่า ทั้งนี้ประชากรบนเกาะมักประสบปัญหาหลายอย่างเช่น จำนวนประชากรรุ่นใหม่ลดลงเนื่องจากต้องย้ายไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่แผ่นดินใหญ่ บางครั้งก็ไม่หวนกลับมาที่นี้อีก รวมถึงสร้างครอบครัวที่ประเทศอื่นมากกว่า ซึ่งทำให้ประชากรบนเกาะแฟโรเกิดความไม่สมดุลของประชากร นอกจากนี้วัฒนธรรมบนเกาะยังแตกต่างจากวัฒนธรรมอื่นบนแผ่นดินใหญ่ของยุโรปด้วย ส่วนใหญ่อาชีพหลักของที่นี่ของการประมง โดยอาหารส่วนใหญ่คือ เนื้อแกะ, ปลาวาฬ, ปลาคอดตากแห้ง และการปรุงอาหารจะไม่ใส่เครื่องเทศเหมือนกับเอเชีย รวมถึงหมู่เกาะแฟโรนั้นจะไม่มีอากาศหนาวเย็นเหมือนกับประเทศอื่นๆอย่าง นอร์เวย์ หรือ สวิตเซอร์แลนด์ แต่อุณภูมิที่นี่ก็จัดว่าเย็นสบายโดยอุณหภูมิเฉลี่ยที่ระหว่าง 16 – 20 องศาเท่านั้น นับว่าเป็นหมู่เกาะในเขตปกครองตนเองเดนมาร์กที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งที่น่าสงบสุขมากที่สุดแห่งหนึ่งด้วย

พระราชวังเปเตียร์กอฟ

ประเทศรัสเซียในสมัยก่อนนั้นเป็นช่วงของยุคการปกครองในรูปแบบของกษัตริย์และในตอนนั้นมีการสร้างสถานที่สำคัญต่างๆมากมายในพื้นที่ของประเทศ ส่วนใหญ่มีการสร้างพระราชวังในพื้นที่ของกรุงมอสโกในปัจจุบันและหนึ่งในนั้นคงจะเป็นพระราชวังเปเตียร์กอฟ หรือ พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ พระราชวังที่มีความสวยงามและมีความโดดเด้นแห่งหนึ่งของรัสเซีย พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ นั้นเป็นพระราชวังในเทศบาลเปเตียร์กอฟในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สันนิฐานว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยของซาร์ปีเตอร์มหาราช นับว่าเป็นพระราชวังที่มีความเก่าแก่และจัดว่าเป็นโบราณสถานที่มีความงดงามมาก ภายในพระราชวังนั้นประกอบด้วยพระที่นั่งหลายองค์ อุทยานภายในพระราชวังหลายแห่งที่ประดับตกแต่งอย่างงดงาม พระราชวังเปเตียร์กอฟ นั้นถูกสร้างและออกแบบในสถาปัตยกรรมบาโรก เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกเป็นที่นิยมสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 สถาปัตยกรรมนี้บ่งบอกถึงความงดงามและความหรูหราโอ่อ่าที่แสดงถึงความมีอำนาจของสถาบันคริสต์ศาสนาและการปกครอง สถาปัตยกรรมนี้มีเห็นอยู่มากในประเทศอิตาลี, อังกฤษ, ฝรั่งเศส สำหรับ พระราชวังเปเตียร์กอฟ จัดว่ามีความสวยงามอย่างมากจนถูกขนานนามว่า “วังแวร์ซายแห่งรัสเซีย” ภายในนับว่ามีความสวยงามโดดเด่นมากจนกระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ปัจจุบัน พระราชวังเปเตียร์กอฟ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยอดนิยมในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ภายในนอกจากพระราชวังที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือรูปปั้นทองคำภายในพระราชวัง ลานน้ำพุที่โดดเด่นอยู่ด้านหน้าพระราชวังซึ่งจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาช่วงฤดูร้อน

มหาวิหารเซนต์บาซิล

มหาวิหารเซนต์บาซิล เป็นมหาวิหารตั้งอยู่ในบริเวณของจัตุรัสแดง เป็นอาสนวิหารของศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย ในช่วงสมัยศตวรรษที่ 15 หรือราวปี ค.ศ. 1552 มหาวิหารแห่งนี้ซึ่งทางพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะเหนือพวกมองโกลจากการสงครามที่รบกันที่เมืองคาซาน มหาวิหารนั้นมีรูปทรงที่แปลกตาและมีความสวยงาม แตกต่างจากมหาวิหารอื่นๆของโลก โดยตัวอาคารประกอบด้วยโดมทั้งหมด 8 โดม ล้อมรอบโดมที่ 9 ซึ่งอยู่ตรงกลาง เมื่อมองจากด้านบนแล้วจะมองเห็นอาคารมีรูปทรงแปดเหลี่ยม มหาวิหารเซนต์บาซิล จัดว่าเป็นมหาวิหารที่มีความสวยงามและมีสถาปัตยกรรมที่แปลกตาและมีความสวยงามมาก ซึ่งสร้างขึ้นเป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมแบบรัสเซียโบราณอันได้รับอิทธิพลมาจากไบแซนไทน์ที่เป็นโดมทรงหัวหอมกับสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ารัสเซียนกอธิก หอคอยสูงรูปกระโจมเป็นอิทธิพลจากยุโรปตะวันตก ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นหอคอยสูงรูปแท่งเทียนกำลังลุกไหม้บนปลายลำเทียน ส่งความโชติช่วงชัชวาลเป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าบนสวรรค์ ซึ่งถูกออกแบบโดย สถาปนิกชื่อปอสต์นิค ยาคอฟเลฟ ได้ออกแบบและควบคุมการสร้างมหาวิหารแห่งนี้

มหาวิหารเซนต์บาซิล นอกจากจะมีการออกแบบของสถาปัตยกรรมที่งดงามแล้ว การใช้สีสันของอาคารยังถูกทาด้วยสีสันที่สวยงามและโดดเด่นของมหาวิหารแห่งนี้อย่างมาก ปัจจุบันมหาวิหารเซนต์บาซิล นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของรัสเซียและมีความงดงามมากในพื้นที่จัตุรัสแดง

จัตุรัสแดง

จัตุรัสแดง เป็นสถานที่สำคัญของประเทศรัสเซียและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของโลกเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของรัสเซียอีกด้วย จัตุรัสแดง เป็นจัตุรัสกลางเมืองตั้งอยู่ที่กรุงมอสโก ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย มีเนื้อที่ประมาณ 23,100 เมตร จัตุรัสแดง เป็นจัตุรัสที่มีความสำคัญของกรุงมอสโกนอกจากนี้แล้วยังเป็นจุดตัดของถนนหลายสายที่สำคัญของกรุงมอสโก จัตุรัสแดงยังเป็นสถานที่ตั้งสำคัญของกรุงมอสโกอย่างเช่น มหาวิหารเซนต์เบซิล และสุสานวลาดิมีร์ เลนินอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นแลนด์มาร์คที่มีความสวยงามที่สุดของกรุงมอสโก อันที่จริงแล้วชื่อของจัสตุรัสแดงนั้นหลายๆคนเข้าใจผิด คำว่าแดงนั้นไม่ได้มาจากสีของอิฐในบริเวณจัตุรัส ความจริงคำว่าแดงมาจากคำในภาษารัสเซียดั้งเดิมซึ่งมีความหมายว่า สวยงาม ต่อมาได้มีภาษารัสเซียใหม่ที่แปลว่า สีแดง นั่นเอง

จัตุรัสแดง นับว่าเป็นสถานที่เก่าแก่ของกรุงมอสโก ถูกตั้งขึ้นมาในช่วงศตวรรษที่ 15 ในสมัยของพระเจ้าอีวานมหาราช ภายใต้พระราชโองการให้มีการสร้างจัตุรัสแดงขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงและเพิ่มความปลอดภัยแก่พระราชวังเครมลิน โดยมีการสร้างกำแพงก่อด้วยอิฐสีแดงโดยรอบเพื่อใช้ป้องกัน นอกจากนี้แล้วจัตุรัสแดงในสมัยนั้นยังเป็นศูนย์กลางการค้าขาย ต่อมาในช่วงสมัยของพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 ได้มีการสร้าง มหาวิหารเซนต์เบซิล ขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของจัตุรัสแดง พื้นที่ของจัตุรัสแดงถูกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังจากการรุกรานของฝรั่งเศสโดยนโปเลียน ทำให้พื้นที่บริเวณจัตุรัสได้รับความเสียหายหนัก พื้นที่ของจัตุรัสแดงก็ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆมา จัตุรัสแดงนับว่าเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1990