กรุงลอนดอน อังกฤษ

ต้องบอกเลยว่าสถานที่แห่งนี้ทำให้เรานั้นได้รับรู้ถึงเรื่องราวของความเป็นประวัติศาสตร์เป็นอย่างมากมายเลยทีเดียว พร้อมด้วยศิลปะที่ทำให้เราได้ถึงความงดงามของเมืองๆนี้  แฟชั่นที่นี่ต้องบอกเลยว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดมากมายเลยทีเดียวเพราะที่นี่เป็นเมืองชั้นนำของโลกในเรื่องแฟชั่นอีกด้วย ที่ต้องบอกเลยว่าที่นี่อัพเดทเสมอตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นทั้งคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิง พูดได้เลยว่าที่นี่ทำให้คุณช้อปเที่ยวไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน  อาหารที่นี่มีให้เลือกหลากหลายพร้อมกับเรื่องราวของอาหารที่ทำให้คุณฟินอย่างแน่นอน และเบียร์แอลแบบอังกฤษ ที่สามารถดื่มด่ำได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว พร้อมเรื่องราว ท่ามกลางสถาปัตยกรรมแห่งอารยธรรมที่โดดเด่น อย่างพระราชวังบักกิงแฮมและตลาดแคมเดน ที่นี่มีทุกสิ่งให้เลือกสรรสำหรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ หากต้องการลิ้มรสวัฒนธรรม ขอเชิญเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเทท โมเดิร์นและโรงอุปรากรรอยัลโอเปร่าเฮาส์ ถ้าอยากอัพเดตแฟชั่นล่าสุด ต้องนี่เลย ร้านค้าบนถนนอ็อกซฟอร์ด สำหรับนักชิมตัวยง เชิญลิ้มลองชาฉ่ำครีมที่ห้างแฮรอดส์หรือเมนูฟิชแอนด์ชิพต้นตำรับที่ให้คุณได้เข้าถึงรสชาติแบบลอนดอนขนานแท้ บรรดาหนอนหนังสือและแฟนเพลงจะต้องกรี๊ดกร๊าดไปกับถนนแอบบีย์และพิพิธภัณฑ์เชอร์ล็อคโฮล์มส สำหรับคุณผู้ชายที่ชอบกีฬาแน่นอนว่าใครที่เป็นแฟนบอล ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ไก่เดือยทอง สเปอรส์ และ สิงโตน้ำเงินครามเชลซี แล้วละก็คุณไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน คุณชมสดในสนามที่พูดได้เลยว่า มันส์สุด สุโค่ยเลยจริงๆ ณ กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ

ซาลซ์บูร์ก (Salzburg)เมืองที่สวยงามแห่งออสเตรีย

ซาลซ์บูร์ก (Salzburg) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศออสเตรีย ถือว่าเป็นเมืองๆหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งเมืองแห่งนี้ถือว่าเป็นเมืองที่เงียบสงบแม้ว่าจะเป็นเมืองใหญ่ แต่ ซาลซ์บูร์ก กลับเป็นเมืองที่สวยงามน่าอยู่อย่างมาก รวมถึงมีศิลปะที่สวยงามมากๆ ทำให้เมืองแห่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งความฝัน

เมือง ซาลซ์บูร์ก ในสมัยก่อนที่แห่งนี้อดุมไปด้วยเหมืองเกลือธรรมชาติ โดยในช่วงยุคกลางนั้นเมืองแห่งนี้อดุมไปด้วยเกลือซึ่งบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งทรัพยากรอาหาร ในสมันจึงถือว่าเกลือมีค่ามากกว่าทองคำ ซาลซ์บูร์ก เป็นภาษาออสเตรียแปลว่าปราสาทแห่งเหมืองเกลือ โดยในสมัยนั้น อาร์ชบิชอปผู้ครองนคร มีอำนาจในการปกครองซึ่งเขานำพาให้ผู้คนอยู่ดีกินดี ไม่อดอยาก จึงทำให้มีเจ้าเมืองระแวกนั้นพากันมาคารวะอาร์ชบิชอป เพื่อต้องการเกลือนั่นเอง เมืองซาลซ์บูร์ก ยังมีสถานที่สวยงามอย่างเช่น ป้อมโฮเฮนซาลซ์บูร์ก

สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1070 ซึ่งความสมบูรณ์ของปราสาทแห่งนี้ยังคงความสมบูรณ์ทุกอย่างในปัจจุบัน จนได้รับการบันทึกในบัญชีรายชื่อให้เป็นมรดกโลก ภายในประกอบไปด้วยจิตรกรรมและสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่สวยงามนอกจากนี้ยังประกอบด้วยเตาผิงขนาดใหญ่ที่ยังคงสภาพดีมาตลอด 1,500 ปีมาแล้ว นอกจากนี้ภายในเมืองยังมีสวนดอกไม้เมืองหนาวที่สวยงามให้เที่ยวชมความงาม โดยดอกไม้ต่างหลากสีสันจะออกดอกตลอดปีซึ่งความงามของมันเหมือนหลุดเข้าไปในนิยายโรแมนติกเลยทีเดียว เมืองซาลซ์บูร์ก ถูกจัดให้เป็นเมืองที่สงบสุขและน่าอยู่อันดับต้นๆของโลก เนื่องจากอาชกรรมในประเทศออสเตรียมีอัตราที่ต่ำมากจึงทำให้ออสเตรียถูกเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกด้วย

รวมจุดเด่นที่เที่ยวในกรุงโรมที่ต้องมาเช็คอิน

   สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในยุโรปนั้น กรุงโรม คือเมืองหนึ่งในยุโรปที่ต้องมีคนพูดถึงมากนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมเก่าแก่ สถานที่โบราณต่างๆ ทำให้กรุงโรมถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ควรเที่ยว หากมากรุงโรมแล้วต้องมาเช็คอินตามจุดเด่นของเมืองดังนี้

-จัตุรัสนาโวนา ลานกว้างประกอบด้วยอาคารที่มีศิลปะที่สวยงาม รวมถึงลานน้ำพุให้พักผ่อนและถ่ายรูปเช็คอิน จัตุรัสแห่งนี้เป็นลานกว้างสำหรับนั่งพักผ่อน ท่ามกลางน้ำพุ รูปปั้นศิลปะที่สวยงาม รวมถึงที่แห่งนี้ยังมีการแสดงและศิลปินต่างๆที่มาวาดรูปให้เราได้ซื้อติดตัวกลับบ้านด้วย

– วิหารแพธีออน วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วง 27 ปีก่อนคริสตกาลโดยมาร์คัส กอกริปปา โดยยังคงศิลปะที่สวยงามมากซึ่งการออกแบบอาคารนับว่าสวยงามตระกาลตายิ่งนัก สิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้คือประตูทางเข้าที่ทำจากโลหะสีบรอนซ์ทองที่มีน้ำหนักถึง 20 ตัน โดยในช่วงยุคกลางนั้นวิหารแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ทางคริสต์ศาสนา และยังประกอบด้วยที่ฝังศพของกษัตริย์และคนสำคัญของอิตาลี

– น้ำพุเทรวี่ น้ำพุที่มีชื่อเสียงและเริ่มเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์เรื่อง Three Coins in the Fountainด้วยความสวยงามของน้ำพุท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่งดงามจนกลายเป็นสถานที่หนึ่งที่มีคู่รักมาเดทกันในที่แห่งนี้ นับว่าความสวยงามโรแมนติกจึงเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

– บันไดสเปน สถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก ลานบันได้กว้างมากจึงเหมาะแก่การถ่ายวันนาบีอย่างมาก ซึ่งนอกจากเราจะมาถ่ายรูปเช็คอินที่บันไดสเปนนี้แล้ว ยังมีร้านค้าต่างๆให้ช้อปปิ้งกลับติดไม้ติดมือไปด้วย

หอไอเฟล สถานที่ยอดฮิตของปารีส

     หอไอเฟลเป็นหอคอยสร้างด้วยโครงเหล็กที่สูงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่กรุงปารีส ซึ่งหอไอเฟลนั้นถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสและเป็นหอคอยที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ด้วยเอกลักษณ์ของหอคอยนี้ทำให้ถูกยอมรับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ หอไอเฟลที่ก่อตั้งขึ้นโดย สนาปิกผู้ออกแบบหอแห่งนี้ชื่อว่า กุสตาฟ ไอเฟล

การออกแบบหอแห่งนี้เนื่องจากฉลองครบรอบ 100 ปี การปฏิวัติประเทศฝรั่งเศส ทางรัฐบาลฝรั่งเศสจึงได้จัดการประกวดออกแบบสิ่งก่อสร้างเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงาน ซึ่งมีบริษัทออกแบบต่างๆส่งแบบในการออกแบบสิ่งก่อสร้างกว่า 100 บริษัท  ซึ่งบริษัทที่ออกแบบโดย กุสตาฟ ไอเฟล ก็ถูกรับเลือกให้สร้างซึ่งเป็นแบบของหอคอยสร้างด้วยโครงเหล็กทั้งหมด โดยเริ่มก่อสร้างในวันที่ 26 มกราคม ปี 1887 เริ่มจากการขุดดินเพื่อสร้างฐานรากเพื่อรองรับน้ำหนักหอคอย ซึ่งขุดลงไปจนถึงชั้นดินแข็ง หอไอเฟล ใช้เวลาในการสร้างทั้งหมด 2 ปี 3 เดือน เปิดใช้งานในวันที่ 31 มีนาคม ปี 1889 หอคอยแห่งนี้มีความสูงทั้งสิ้น 300 เมตร กลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกในขณะนั้น จนกระทั่งปี 1930 ก็เสียตำแหน่งให้กับตึกไครส์เลอร์ในเมืองนิวยอกร์ซึ่งสูง 319 เมตร

สำหรับหอไอเฟล นั้นถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการท่องเที่ยวของฝรั่งเศสซึ่งด้านล่างของหอสวนสาธารณะริมแม่น้ำซึ่งมีวิวที่สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อน หอไอเฟลยังมีลิฟต์บริการนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวกรุงปารีสแบบ 360 องศาด้านบน รวมถึงมีการจัดการแสดงในส่วนของห้องกุสตาฟ ไอเฟล ด้านบนสุดของหอคอย อีกทั้งหากใครที่ยังลองขึ้นบันได้ก็มีให้ท้าทายถึง 1667 ขั้นเลยทีเดียว

เที่ยวเมืองโบราณ ปอมเปอี

เมืองปอมเปอี เป็นเมืองโบราณในช่วงยุคทองของโรมัน ปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณใกล้กับเมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี เมืองปอมเปอีขึ้นชื่อเรื่องประวัติศาสตร์และภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับเมืองแห่งนี้ ในสมัยประมาณปี ค.ศ. 60 ปอมเปอีเป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญของอิตาลี ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศที่สวยงามเนื่องตั้งอยู่บริเวณริมอ่าว รวมถึงเทือกเขาและต้นไม้สวยงาม ปอมเปอีเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมากเมื่อระยะเวลากว่า 2,000 ปีก่อน เมืองแห่งนี้มีความรุ่งเรืองทั้งสถาปัตยกรรมที่สวยงาม รวมถึงเหล้าองุ่นซึ่งมาจากผลผลิตที่งอกงามจากดินภูเขาไฟ สามารถปลูกองุ่นและมะกอกได้งอกงาม

ความสงบสุขคงอยู่ได้ไม่นาน เมืองปอมเปอีนั้นตั้งอยู่บริเวณเชิงภูเขาไฟวิสุเวียส ซึ่งเกิดระเบิดรุนแรงเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ปี 79 ในครั้งนั้นเถ้าถ่านปกคลุมเมืองและการระเบิดครั้งที่ 2 จนทำให้เถ้าภูเขาไฟถล่มปกคลุมเมืองปอมเปอีประชาชนเสียชีวิตกว่า 20,000 คนนับเป็นภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของยุโรป นานนับ 2,000 ปีราวปี 1800 ปอมเปอีถูกค้นพบและได้กลายเป็นเมืองโบราณที่เหลือเพียงซากในอดีต

เมืองปอมเปอี ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมเมืองโบราณนี้จำนวนมาก ซึ่งเราจะได้เห็นซากที่หลงเหลือของเมืองอยู่บนเชิงภูเขาไฟ มีการจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ภาพเขียนต่างๆ เดินบนถนนหลักของเมืองในอดีตซึ่งเป็นเส้นทางของนักค้าขายต่างๆ และจุดเด่นของเมืองนี้คือ การจัดแสดงซากของผู้เสียชีวิตซึ่งถูกฝังจนกลายสภาพเป็นหิน โดยยังคงสภาพผู้เสียชีวิตในท่าต่างๆ บ่งบอกว่าพวกเขาเสียชีวิตในทันที

รวมที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ แดนความฝัน ตอนที่ 2

   – เที่ยวน้ำตกไรน์ ตั้งในเขตที่ราบสูงไฮแลนด์ ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างรัฐของ ชาฟฟ์เฮาเซิน และ ซูริอยู่ในเขตหมู่บ้าน Neuhausen am Rheinfallและ Laufen-Uhwiesen / Dachsenถัดจากเมือง Schaffhausen ในภาคเหนือของประเทศ สวิสเซอร์แลนด์น้ำตกแห่งถูกขนานนามว่าเป็นไนแองการาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ ผาหน้าตกมีความกว้าง 150 เมตร สูง 23 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 8,800 ลูกบาศก์ฟุต / วินาที เป็นน้ำตกที่ถือกำเนิดขึ้นราว 14,000 ปี ถึง 17,000 ปีก่อนในช่วงยุคน้ำแข็ง

– เมือง Helvetiaเป็นอีกสถานที่สำหรับคนที่รักธรรมชาติ เมือง Helvetia เป็นเมืองที่เงียบสงบอยู่ท่ามหุบเขาที่ล้อมด้วยป่าสนที่สวยงาม เมืองแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆเงียบสงบ ผู้คนยังคงความงามของธรรมชาติไว้อย่างสมบูรณ์ทำให้เมืองแห่งนี้ติดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกอันดับต้นๆ

– สวิตเซอร์แลนด์คือแดนแห่งช็อกโกแลต สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ถือกำเนิดช็อกโกแลตและมีช็อกโกแลตที่มีรสชาติอร่อยที่สุดในโลกจนโด่งดังไปทั่วโลก โดยร้านค้าต่างๆในสวิตเซอร์แลนด์จะมีการจำหน่ายช็อกโกแลตต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรร นอกจากนี้ยังมีพิพิธพัณฑ์MuseoStorico Di Blenioซึ่งเป็นพิพิธพัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะต่างๆที่ทำจากช็อกโกแลตไว้มากมาย โดยมีการจำลองสถานที่สำคัญ รูปภาพโฆษณาช็อกโกแลตสมัยก่อนเอาไว้มากมาย

– แล่นรถไฟชมเทือกเขาสูง บริเวณยอดเขายุงเฟรามีสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศสองข้างทางและเทือกเขาสวยงาม ซึ่งเส้นทางของรถไฟนั้นที่เลียบไปตามริมหน้าผาสูงชันโดยสถานีรถไฟที่สูงที่สุดคือ สถานี Jungfraujochด้วยความสูง 3,454 เมตร ซึ่งจุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป

รวมที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ แดนความฝัน ตอนที่ 1

     ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศทางตอนเหนือของยุโรปเป็นประเทศที่มีความสวยงามมากราวกับความฝัน ซึ่งภูมิประเทศที่มีความสวยงามอันดับต้นๆของโลก ทำให้หลายคนฝันอยากจะท่องเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งหลายคนก็สามารถสัมผัสความงามของธรรมชาติที่งดงามได้กับสถานที่ท่องเที่ยวของสวิตเซอร์แลนด์นี้

-เที่ยวเมือง Basel ในสวิตเซอร์แลนด์นั้นนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ภายในเมือง Basel ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชายแดนระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนี เมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ ซึ่งเมืองแห่งนี้ได้รวบรวมศิลปะที่สวยงามไว้มากมาย รวมถึงสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง

– ทะเสสาบเจนีวา (Lake Geneva) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ มีพื้นที่ประมาณ 582 ตารางกิโลเมตรถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ชมความงามรอบทะเลสาบรวมถึงสามารถล่องเรือชมเมืองเจนีวารอบทะเลสาบซึ่งมีความสวยงามมาก สำหรับทะเลสาบเจนีวานี้ถือว่าเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยุโรปอีกด้วย

– เล่นสกีที่เมือง Zermatt จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์คือ การเล่นสกีหิมะ ซึ่งเป็นที่นิยมมากในเมือง Zermatt โดยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นสกีจำนวนมาก เมือง Zermatt เป็นเมืองเล็กๆที่ประชากรไม่ถึง 20,000 คนตั้งอยู่บริเวณภูเขา Matterhorn ซึ่งเป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชมความสวยงามของภูเขานี้ด้วย

– ปราสาทชิลยอง ปราสาทเก่าแก่มีอายุกว่า 800 ปีตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในยุโรปยุคกลางซึ่งยังคงสภาพที่ดีมากในปัจจุบัน ซึ่งไม่ควรพลาดอย่างมากของนักท่องเที่ยว ปราสาทแห่งนี้มีห้องโถงใหญ่ประกอบด้วยเสาหินแบบโกธิคซึ่งสวยงามมากแห่งหนึ่ง