พระราชวังเปเตียร์กอฟ

ประเทศรัสเซียในสมัยก่อนนั้นเป็นช่วงของยุคการปกครองในรูปแบบของกษัตริย์และในตอนนั้นมีการสร้างสถานที่สำคัญต่างๆมากมายในพื้นที่ของประเทศ ส่วนใหญ่มีการสร้างพระราชวังในพื้นที่ของกรุงมอสโกในปัจจุบันและหนึ่งในนั้นคงจะเป็นพระราชวังเปเตียร์กอฟ หรือ พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ พระราชวังที่มีความสวยงามและมีความโดดเด้นแห่งหนึ่งของรัสเซีย พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ นั้นเป็นพระราชวังในเทศบาลเปเตียร์กอฟในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สันนิฐานว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยของซาร์ปีเตอร์มหาราช นับว่าเป็นพระราชวังที่มีความเก่าแก่และจัดว่าเป็นโบราณสถานที่มีความงดงามมาก ภายในพระราชวังนั้นประกอบด้วยพระที่นั่งหลายองค์ อุทยานภายในพระราชวังหลายแห่งที่ประดับตกแต่งอย่างงดงาม พระราชวังเปเตียร์กอฟ นั้นถูกสร้างและออกแบบในสถาปัตยกรรมบาโรก เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกเป็นที่นิยมสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 สถาปัตยกรรมนี้บ่งบอกถึงความงดงามและความหรูหราโอ่อ่าที่แสดงถึงความมีอำนาจของสถาบันคริสต์ศาสนาและการปกครอง สถาปัตยกรรมนี้มีเห็นอยู่มากในประเทศอิตาลี, อังกฤษ, ฝรั่งเศส สำหรับ พระราชวังเปเตียร์กอฟ จัดว่ามีความสวยงามอย่างมากจนถูกขนานนามว่า “วังแวร์ซายแห่งรัสเซีย” ภายในนับว่ามีความสวยงามโดดเด่นมากจนกระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ปัจจุบัน พระราชวังเปเตียร์กอฟ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยอดนิยมในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ภายในนอกจากพระราชวังที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือรูปปั้นทองคำภายในพระราชวัง ลานน้ำพุที่โดดเด่นอยู่ด้านหน้าพระราชวังซึ่งจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาช่วงฤดูร้อน

มหาวิหารเซนต์บาซิล

มหาวิหารเซนต์บาซิล เป็นมหาวิหารตั้งอยู่ในบริเวณของจัตุรัสแดง เป็นอาสนวิหารของศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย ในช่วงสมัยศตวรรษที่ 15 หรือราวปี ค.ศ. 1552 มหาวิหารแห่งนี้ซึ่งทางพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะเหนือพวกมองโกลจากการสงครามที่รบกันที่เมืองคาซาน มหาวิหารนั้นมีรูปทรงที่แปลกตาและมีความสวยงาม แตกต่างจากมหาวิหารอื่นๆของโลก โดยตัวอาคารประกอบด้วยโดมทั้งหมด 8 โดม ล้อมรอบโดมที่ 9 ซึ่งอยู่ตรงกลาง เมื่อมองจากด้านบนแล้วจะมองเห็นอาคารมีรูปทรงแปดเหลี่ยม มหาวิหารเซนต์บาซิล จัดว่าเป็นมหาวิหารที่มีความสวยงามและมีสถาปัตยกรรมที่แปลกตาและมีความสวยงามมาก ซึ่งสร้างขึ้นเป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมแบบรัสเซียโบราณอันได้รับอิทธิพลมาจากไบแซนไทน์ที่เป็นโดมทรงหัวหอมกับสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ารัสเซียนกอธิก หอคอยสูงรูปกระโจมเป็นอิทธิพลจากยุโรปตะวันตก ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นหอคอยสูงรูปแท่งเทียนกำลังลุกไหม้บนปลายลำเทียน ส่งความโชติช่วงชัชวาลเป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าบนสวรรค์ ซึ่งถูกออกแบบโดย สถาปนิกชื่อปอสต์นิค ยาคอฟเลฟ ได้ออกแบบและควบคุมการสร้างมหาวิหารแห่งนี้

มหาวิหารเซนต์บาซิล นอกจากจะมีการออกแบบของสถาปัตยกรรมที่งดงามแล้ว การใช้สีสันของอาคารยังถูกทาด้วยสีสันที่สวยงามและโดดเด่นของมหาวิหารแห่งนี้อย่างมาก ปัจจุบันมหาวิหารเซนต์บาซิล นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของรัสเซียและมีความงดงามมากในพื้นที่จัตุรัสแดง

จัตุรัสแดง

จัตุรัสแดง เป็นสถานที่สำคัญของประเทศรัสเซียและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของโลกเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของรัสเซียอีกด้วย จัตุรัสแดง เป็นจัตุรัสกลางเมืองตั้งอยู่ที่กรุงมอสโก ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย มีเนื้อที่ประมาณ 23,100 เมตร จัตุรัสแดง เป็นจัตุรัสที่มีความสำคัญของกรุงมอสโกนอกจากนี้แล้วยังเป็นจุดตัดของถนนหลายสายที่สำคัญของกรุงมอสโก จัตุรัสแดงยังเป็นสถานที่ตั้งสำคัญของกรุงมอสโกอย่างเช่น มหาวิหารเซนต์เบซิล และสุสานวลาดิมีร์ เลนินอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นแลนด์มาร์คที่มีความสวยงามที่สุดของกรุงมอสโก อันที่จริงแล้วชื่อของจัสตุรัสแดงนั้นหลายๆคนเข้าใจผิด คำว่าแดงนั้นไม่ได้มาจากสีของอิฐในบริเวณจัตุรัส ความจริงคำว่าแดงมาจากคำในภาษารัสเซียดั้งเดิมซึ่งมีความหมายว่า สวยงาม ต่อมาได้มีภาษารัสเซียใหม่ที่แปลว่า สีแดง นั่นเอง

จัตุรัสแดง นับว่าเป็นสถานที่เก่าแก่ของกรุงมอสโก ถูกตั้งขึ้นมาในช่วงศตวรรษที่ 15 ในสมัยของพระเจ้าอีวานมหาราช ภายใต้พระราชโองการให้มีการสร้างจัตุรัสแดงขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงและเพิ่มความปลอดภัยแก่พระราชวังเครมลิน โดยมีการสร้างกำแพงก่อด้วยอิฐสีแดงโดยรอบเพื่อใช้ป้องกัน นอกจากนี้แล้วจัตุรัสแดงในสมัยนั้นยังเป็นศูนย์กลางการค้าขาย ต่อมาในช่วงสมัยของพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 ได้มีการสร้าง มหาวิหารเซนต์เบซิล ขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของจัตุรัสแดง พื้นที่ของจัตุรัสแดงถูกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังจากการรุกรานของฝรั่งเศสโดยนโปเลียน ทำให้พื้นที่บริเวณจัตุรัสได้รับความเสียหายหนัก พื้นที่ของจัตุรัสแดงก็ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆมา จัตุรัสแดงนับว่าเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1990

วิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิส

วิหารโบราณบนเนินอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ สร้างเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนา หรือเทพีแห่งปัญญา ความรอบรู้ ในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุด แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของสถาปนิกในสมัยนั้นและถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกหารพาร์เธนอนเป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นโดยสร้างตามการริเริ่มของเพริเคิล ผู้นำกรุงเอเธนส์ในสมัยนั้น และสร้างโดยมีประติมากรฟีเดียสเป็นผู้ควบคุมงาน การก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อ 447 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อ 438 ปีก่อนคริสต์ศักราชแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมอีก 5 ปี เพื่ออุทิศแด่เทพีอาธีนาซึ่ง ซึ่งเป็น เทพีประจำเมืองเอเธนส์แต่ไหนแต่ไร วิหารโบราณแห่งนี้มีความเก่าแก่มากกว่า 2,600 ปี ตั้งอยู่อะโครโปลิส ใจกลางกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ซึ่งแม้ว่าวิหารพาร์เธอนอนจะเหลือเพียงแต่ซากปรักหักพัง แต่เราก็ยังสามารถที่จะจินตนาการถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้เป็นอย่างดีเนินอะโครโปลิสที่เป็นที่ตั้งของวิหารพาร์เธนอนนี้อยู่บนเนินเขาพัลลาสซึ่งสูงจากพื้นราบ 60-70 เมตร พื้นที่บนยอดเขาประมาณ 45,000 ตารางเมตร ตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 14 ก่อน คริสตกาล ก็มีการสร้างพระราชวังบนเนินแห่งนี้แล้ว โดยที่วิหารพาร์เธนอนที่เห็นเป็นซากอยู่ในปัจจุบันเป็นวิหารรุ่นที่ 3 ที่สร้างทับซ้อนบนรากฐานเดิมของวิหารรุ่นที่ 2 ก่อนหน้า วิหารรุ่นแรกนั้นสร้างเมื่อประมาณ 500 กว่าปี ก่อนคริสตกาล และได้พังทลายลงไป จึงได้มีการเริ่มสร้างรุ่นที่ 2 ขึ้นในปี 490 ก่อนคริสตกาล แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพราะได้ถูกกองทัพของพวกเปอร์เซียเผาทำลายไปอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ยังก่อสร้างไม่เสร็จดี   แต่ว่าชาวเอเธอส์ก็ยังไม่ละความพยายามในการสร้าง วิหารพาร์เธนอนจึงเริ่มก่อสร้างอีกครั้งเป็นรุ่นที่ 3  ประมาณช่วงปี 447 ก่อน ค.ศ. ซึ่งนับเวลาจนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ ประมาณ 2,500 ปี มาแล้ว

 

หอเอนแห่งเมืองปิซา

หอเอนแห่งเมืองปิซา เป็นหอคอยหินอ่อน สูง 54 เมตร แต่ละชั้นมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายวิจิตรซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในโลก  สำหรับหอเอนเมืองปิซ่า เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ใช้เวลาในการก่อสร้างกว่า 200 ปี โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกเป็นเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1173 ไม่ปรากฏชัดเจนว่าใครเป็นคนออกแบบ เมื่อสร้างไปได้ 3 ชั้น การก่อสร้างก็มีอันต้องยุติลงในปี 1178 เพราะเมืองปิซ่าเข้าสู่ภาวะสงครามต่อมาในปี 1275 หอคอยแห่งนี้ได้รับการต่อเติมอีกครั้ง โดยสถาปนิกนามว่า จิโอวานนี ดิ ซิโมเน เขาสร้างเพิ่มอีก 4 ชั้น และก็ราวกับว่ามีอาถรรพ์อีกครั้ง ทำให้การก่อสร้างต้องยุติลงในปี 1284 ด้วยเหตุสงครามอีกเช่นกัน กว่าจะมีการสร้างหอระฆังซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของหอคอยแห่งนี้ ก็กินเวลาไปอีกเกือบ 100 ปีเลยทีเดียว โดยหอระฆังชั้นสุดท้ายของหอคอยซึ่งสร้างโดย ทอมมาโซ ดิ แอนเดรีย ปิซาโน ซึ่งเสร็จสมบูรณ์ในปี 1372    และสาเหตุที่หอเอนลง ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เป็นเพราะพื้นดินที่ใช้ในการก่อสร้างไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากชั้นดินมีลักษณะเป็นดินปนทรายและดินโคลนทำให้ไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของหอคอยขนาดใหญ่ได้ แต่ด้วยวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างซึ่งทำมาจากหินปูน และปูนขาว มีคุณสมบัติสามารถโค้งงอ และทนต่อแรงต่าง ๆ ได้ดีกว่าวัสดุอื่น ๆ อย่างพวกหินหรืออิฐ นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมหอคอยแห่งนี้จึงไม่ถล่มไปเลย แต่กลับค่อย ๆ เอนลงเรื่อย ๆ