หมู่เกาะแฟโร

หมู่เกาะแฟโร เป็นหมู่เกาะแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของเดนมาร์ก และเป็นหมู่เกาะในเขตทวีปยูโรปอยู่บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือระหว่างสก็อตแลนด์ นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ หมู่เกาะแฟโรจัดว่าเป็นเขตการปกครองตนเองเช่นเดียวกับกรีนแลนด์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 ซึ่งมีอำนาจการปกครองตนเองทุกด้านยกเว้นทางการทหารและการต่างประเทศ ซึ่งบนเกาะมีเพียงตำรวจลาดตระเวนและยามฝั่งเท่านั้น หมู่เกาะแฟโรมีเนื้อที่รวมแล้ว 1,399 ตารางกิโลเมตร เป็นหนึ่งในหมู่เกาะทั้งหมด 18 เกาะของทวีปยุโรปในบริเวณ ทะเลนอร์วีเจียนและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ แม้ว่าเป็นหมู่เกาะที่มีเนื้่อที่ไม่กว้างใหญ่มากนักแต่ก็มีหมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่แต่ไม่หนาแน่นมากนัก

ทั้งนี้ประชากรบนเกาะแฟโรนั้นมีอัตราของประชากรเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 2 เท่า ทั้งนี้ประชากรบนเกาะมักประสบปัญหาหลายอย่างเช่น จำนวนประชากรรุ่นใหม่ลดลงเนื่องจากต้องย้ายไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่แผ่นดินใหญ่ บางครั้งก็ไม่หวนกลับมาที่นี้อีก รวมถึงสร้างครอบครัวที่ประเทศอื่นมากกว่า ซึ่งทำให้ประชากรบนเกาะแฟโรเกิดความไม่สมดุลของประชากร นอกจากนี้วัฒนธรรมบนเกาะยังแตกต่างจากวัฒนธรรมอื่นบนแผ่นดินใหญ่ของยุโรปด้วย ส่วนใหญ่อาชีพหลักของที่นี่ของการประมง โดยอาหารส่วนใหญ่คือ เนื้อแกะ, ปลาวาฬ, ปลาคอดตากแห้ง และการปรุงอาหารจะไม่ใส่เครื่องเทศเหมือนกับเอเชีย รวมถึงหมู่เกาะแฟโรนั้นจะไม่มีอากาศหนาวเย็นเหมือนกับประเทศอื่นๆอย่าง นอร์เวย์ หรือ สวิตเซอร์แลนด์ แต่อุณภูมิที่นี่ก็จัดว่าเย็นสบายโดยอุณหภูมิเฉลี่ยที่ระหว่าง 16 – 20 องศาเท่านั้น นับว่าเป็นหมู่เกาะในเขตปกครองตนเองเดนมาร์กที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งที่น่าสงบสุขมากที่สุดแห่งหนึ่งด้วย

มหาวิหารเซนต์บาซิล

มหาวิหารเซนต์บาซิล เป็นมหาวิหารตั้งอยู่ในบริเวณของจัตุรัสแดง เป็นอาสนวิหารของศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย ในช่วงสมัยศตวรรษที่ 15 หรือราวปี ค.ศ. 1552 มหาวิหารแห่งนี้ซึ่งทางพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะเหนือพวกมองโกลจากการสงครามที่รบกันที่เมืองคาซาน มหาวิหารนั้นมีรูปทรงที่แปลกตาและมีความสวยงาม แตกต่างจากมหาวิหารอื่นๆของโลก โดยตัวอาคารประกอบด้วยโดมทั้งหมด 8 โดม ล้อมรอบโดมที่ 9 ซึ่งอยู่ตรงกลาง เมื่อมองจากด้านบนแล้วจะมองเห็นอาคารมีรูปทรงแปดเหลี่ยม มหาวิหารเซนต์บาซิล จัดว่าเป็นมหาวิหารที่มีความสวยงามและมีสถาปัตยกรรมที่แปลกตาและมีความสวยงามมาก ซึ่งสร้างขึ้นเป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมแบบรัสเซียโบราณอันได้รับอิทธิพลมาจากไบแซนไทน์ที่เป็นโดมทรงหัวหอมกับสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ารัสเซียนกอธิก หอคอยสูงรูปกระโจมเป็นอิทธิพลจากยุโรปตะวันตก ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นหอคอยสูงรูปแท่งเทียนกำลังลุกไหม้บนปลายลำเทียน ส่งความโชติช่วงชัชวาลเป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าบนสวรรค์ ซึ่งถูกออกแบบโดย สถาปนิกชื่อปอสต์นิค ยาคอฟเลฟ ได้ออกแบบและควบคุมการสร้างมหาวิหารแห่งนี้

มหาวิหารเซนต์บาซิล นอกจากจะมีการออกแบบของสถาปัตยกรรมที่งดงามแล้ว การใช้สีสันของอาคารยังถูกทาด้วยสีสันที่สวยงามและโดดเด่นของมหาวิหารแห่งนี้อย่างมาก ปัจจุบันมหาวิหารเซนต์บาซิล นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของรัสเซียและมีความงดงามมากในพื้นที่จัตุรัสแดง